วิธีการใช้ยารักษาสิว รักษาสิวให้หายเร็ว

ใช้ยารักษาสิวสมุนไพร

1 ใช้น้ำมันทีทรี. น้ำมันทีทรีมักถูกใช้เป็นประจำในเรื่องของสิว, บาดแผล, แผลติดเชื้อ และแผลที่ผิวหนัง  สำหรับการรักษาสิว ให้ใช้น้ำมันทีทรีที่มีความเข้มข้น 5-15 เปอร์เซ็นต์ หยดลงบนก้อนสำลี 2-3 หยดและซับเบาๆ บริเวณที่เป็นสิว

ห้ามรับประทานน้ำมันทีทรี คุณยังควรไม่เปิดมันค้างโดนอากาศนานเกินไป น้ำมันทีทรีที่เกิดปฏิกิริยาอ็อกไซด์แล้วนั้นอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าน้ำมันทีทรีสด

 

2 ใช้น้ำมันโจโจบา. หยดน้ำมันโจโจบาลงบนก้อนสำลีสัก 5-6 หยดแล้วนำไปซับเหนือบริเวณสิว น้ำมันโจโจบานั้นสกัดมาจากเมล็ดของต้นโจโจบา มันมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับน้ำมันธรรมชาติ (ซีบัม) ที่ผิวคุณผลิตขึ้น แต่มันไม่ไปอุดรูขุมขนหรือทำให้เกิดน้ำมันส่วนเกิน

น้ำมันโจโจบาจะทำให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ มันมักไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง แต่ทางที่ดีก็ควรปรึกษาหมอผิวหนังก่อนใช้มันในกรณีที่คุณเป็นพวกผิวแพ้ง่าย

 

3 ใช้น้ำมันจูนิเปอร์. น้ำมันจูนิเปอร์เป็นสารสมานผิวที่ปราศจากเชื้อโรคตามธรรมชาติ คุณสามารถใช้มันเป็นตัวทำความสะอาดใบหน้าและตัวปรับสภาพผิวเพื่อสลายรูขุมขนอุดตันและรักษาสิว, ผิวหนังอักเสบ หรือกลากได้ ให้เหยาะน้ำมันลงบนก้อนสำลี 1-2 หยดหลังการล้างหน้า

หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันจูนิเปอร์มากเกินไป ไม่งั้นมันอาจทำให้ผิวระคายเคืองและทำให้สภาพแย่ลงกว่าเดิม

 

4 ทาเจลว่านหางจระเข้. การทาเจลว่านหางจระเข้ทุกวันช่วยฟื้นสภาพผิว คุณหาซื้อมันได้ตามร้านขายยาทั่วไป ว่านหางจระเข้เป็นพืชที่มีความชุ่มฉ่ำพร้อมคุณสมบัติต่อต้านเชื้อโรค ซึ่งใช้ได้ผลกับการรักษาสิวและลดอาการอักเสบ มันจะป้องกันแบคทีเรียจากแผลสิวติดเชื้อและเร่งกระบวนการเยียวยารักษา

คนบางคนอาจแพ้ว่านหางจระเข้ หากเกิดรอยผื่นแดง ให้หยุดใช้และปรึกษาหมอผิวหนัง

 

5 ใช้เกลือสมุทร. มองหาโลชั่นหรือครีมเกลือสมุทรที่มีโซเดียมคลอไรด์น้อยกว่า 1% ทาทิ้งไว้ 5 นาทีวันละหกครั้ง จากการศึกษาพบว่าเกลือสมุทรอาจมีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบ, ชะลอวัยและปกป้องผิวต่อรังสีอุลตราไวโอเล็ตที่เป็นอันตราย คุณสามารถใช้เกลือสมุทรเป็นมาสก์หน้าเพื่อลดความเครียดได้ด้วยมองหาเกลือสมุทรและผลิตภัณฑ์เกลือสมุทรตามร้านขายเวชสำอางทั่วไป

คนที่มีสิวระดับเบาบางถึงระดับปานกลางสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เกลือสมุทรได้อย่างไม่มีปัญหา คนที่มีผิวแห้ง, ผิวแพ้ง่าย หรือเป็นสิวระดับปานกลางขึ้นไปถึงระดับรุนแรงควรจะต้องพบหมอผิวหนังก่อนจะเริ่มทำการใช้เกลือสมุทร เนื่องจากมันอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้

 

มองหาวิธีรักษาสิวจากมืออาชีพ

1 ลองพิจารณาการใช้แสงบำบัด. เลเซอร์และการใช้แสงบำบัดเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในการรักษาสิว การใช้แสงบำบัดจะใช้แสงไฟรักษาแผลสิวอักเสบ, สิวแบบก้อนแดงและสิวก้อนซีสต์

การศึกษาแสดงว่าการใช้แสงบำบัดนั้นเป็นการรักษาที่ได้ผลในคนส่วนใหญ่ ให้ปรึกษาหมอผิวหนังเพื่อดูว่าวิธีไหนจะเหมาะกับคุณที่สุด

 

2 ลองพิจารณาการใช้ฮอร์โมนบำบัด. การมีปริมาณของฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง โดยเฉพาะในผู้หญิง อาจนำไปสู่การผลิตซีบัมส่วนเกินที่นำไปสู่การเกิดสิว[32] ซีบัมยังมีกรดไขมันที่กระตุ้นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและส่งผลให้เกิดสิวก็มีการเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น, การตั้งครรภ์, ภาวะขาดประจำเดือน หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางการรักษาด้วยยา

ทางที่ดีที่สุดที่จะรู้ว่าสิวคุณเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือไม่นั้นคือการปรึกษาหมอผิวหนัง

 

3 ปรึกษามืออาชีพ. หมอผิวหนังสามารถวินิจฉัยสภาพผิวคุณและเสนอทางเลือกที่เหมาะในการรักษาสิวให้คุณได้[33][34] ทางเลือกโดยการศัลยกรรมก็มีการจี้สิวหัวขาวและสิวหัวดำหรือศัลยกรรมโดยจี้ด้วยความเย็นจัด (cryosurgery) ซึ่งจะมีการฉีดสเตียรอยด์เข้าไปในก้อนสิว ส่วนการกรอหน้าขัดผิว (Dermabrasion) ก็เป็นการศัลยกรรมที่ทำการกำจัดรอยแผลบนชั้นผิวและลดรูแผลเป็นจากสิวให้ตื้นลงโดยการกำจัดเซลล์ผิวหนังชั้นที่ตายแล้วออกไป ทั้งนี้อาจต้องเข้ารับการรักษาหลายครั้งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพสิวบนใบหน้าคุณ

ถ้าคุณตกอยู่ในวงจรการเกิดสิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า และได้ลองวิธีการรักษามาแล้วทุกรูปแบบ อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือ

เคล็ดลับ

หมอผิวหนังจะแนะนำให้คุณสระผมบ่อยๆ ถ้าคุณมีผมมัน น้ำมันของเส้นผมอาจไหลมาตรงหน้าผากหรือใบหน้าและทำให้สิวเห่อขึ้นมาได้

อย่าลงเครื่องสำอางในทันทีที่ล้างหน้าเสร็จ เนื่องจากมันจะอุดรูขุมขน ให้ใช้เครื่องสำอางชนิดไร้น้ำมันสำหรับผิวและผมของคุณ

อย่าใช้น้ำที่ร้อนหรือเย็นจนเกินไปเวลาล้างหน้า เพราะมันจะทำให้ผิวแห้ง ให้ใช้น้ำพออุ่นและลองไม่ใช้ผ้าเช็ดถูใบหน้า

ซิงค์อาจไปลดระดับของทองแดงในร่างกายถ้าคุณใช้มันนานเป็นเดือนๆ ดังนั้นแพทย์จะแนะนำให้ทานอาหารเสริมที่ให้ทองแดงปริมาณอย่างน้อย 2 มิลลิกรัม ไปพร้อมกับซิงค์ทุกวัน

เนื่องจากวิตามินอีและซิงค์เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างวิตามินเอ คุณจึงควรเพิ่มมันในอาหาร ปริมาณวิตามินอีที่แนะนำเมื่อทานร่วมกับวิตามินเอคือ 400-800 IU.

เวลาทาครีมรอบดวงตาให้ทาเบาๆ เพื่อผิวบริเวณนั้นบอบบาง

การทานซิงค์ครั้งละ 30 มิลลิกรัมวันละสามครั้งคือปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเป็นสิวรุนแรง พอสิวอยู่ในสภาพที่ควบคุมได้แล้ว การทานเพื่อรักษาสภาพครั้งละ 10 ถึง 30 มิลลิกรัมต่อวันนับเป็นปริมาณที่เหมาะสม

 

 

คำเตือน

คุณไม่ควรทานซิงค์ปริมาณสูงติดต่อกันหลายวันเว้นแต่แพทย์จะแนะนำ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนหาอาหารเสริมซิงค์มาทาน

ถ้าคุณไม่ได้สังเกตเห็นพัฒนาการของผิวหน้าหลังจากผ่านไป 8 สัปดาห์ ให้ปรึกษาหมอผิวหนัง

อย่าใช้เกลือสมุทรเสริมไอโอดีนหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไอโอดีนเนื่องจากมันอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ไม่ว่าจะโดยการรับประทานหรือทาบนผิว ทำให้สิวเห่อหนักกว่าเดิม