สุดยอด ครีมกันแดด ถูกและดี ขั้นเทพ ของสาวไทย

ประเทศไทยมีชื่อเสียงโด่งดังในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ อาหาร หรือความมีน้ำใจของคนไทยที่ต่างก็เป็นที่เลื่องลือในหมู่ชาวต่างชาติ แต่นอกจากรอยยิ้มสยาม พัทยา และต้มยำกุ้งแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกกล่าวขวัญถึงก็คงจะเป็นสภาพอากาศที่อบอุ่นจนเรียกได้ว่าร้อนเพราะแสงแดดของประเทศไทย และเพราะแสงแดดเป็นหนึ่งในตัวการทำให้ผิวหนังไหม้ คล้ำ เป็นกระ ฝ้าหรือรอยเหี่ยวย่น ยิ่งไปกว่านั้นยังเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย ดังนั้นครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะช่วยปกป้องผิวของเรา

 

สิ่งที่มากับแสงแดดก็คือรังสียูวีหรือรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต (UV หรือ Ultraviolet light) ซึ่งรังสียูวีที่ว่านี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือรังสียูวีเอ (UV-A) และรังสียูวีบี (UV-B) ซึ่งรังสียูวีนี้หากได้รับในระดับต่ำจะมีประโยชน์ต่อร่างกายเนื่องจากเป็นที่มาของวิตามินดีและช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่หากได้รับในปริมาณมากเกินไปจะมีผลต่อการทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำลายเซลล์ผิวหนังส่งผลให้ผิวเหี่ยวย่นหรือเกิดมะเร็งผิวหนังได้ โดยรังสียูวีเอทำให้ผิวคล้ำและเกิดริ้วรอยก่อนวัย ส่วนรังสียูวีบีทำให้ผิวไหม้และเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง ความเข้มข้นของรังสียูวีบีขึ้นอยู่กับสถานที่ ฤดู และช่วงเวลา โดยตั้งแต่ 10:00 จนถึง 16:00 เป็นช่วงที่รังสียูวีมีความเข้มข้นที่สุด

 

ครีมกันแดดทำหน้าที่ปกป้องผิวจากรังสียูวี (UV หรือ Ultraviolet light) โดยการดูดซับรังสีเพื่อป้องกันไม่ให้รังสียูวีผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว หรือทำให้รังสียูวีกระจายออกและไม่ผ่านถึงผิวโดยตรง ดังนั้นครีมกันแดดจึงเป็นหนึ่งในปราการสำคัญที่จะช่วยปกป้องผิวหน้าและผิวกายของเรา นอกจากนี้แล้วอย่าคิดว่าถ้าไม่ได้ออกไปไหนแล้วไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดเชียว เพราะแสงแดดไม่ใช่แหล่งกำเนิดเดียวของรังสียูวี แต่อุปกรณ์หลายอย่างที่พบได้ในบ้านเรือนหรืออาคารสำนักงานทั่วไปก็สามารถปลดปล่อยรังสียูวีได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดทุกวันโดยเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสม

 

เมื่อพูดถึงครีมกันแดดแล้วสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ SPF หรือ Sun Protection Factor ซึ่งเป็นค่าของระดับการป้องกันรังสียูวีบีของครีมกันแดดและบอกให้ทราบว่าเมื่อทาครีมกันแดดนี้แล้วจะทำให้ถูกแดดได้นานเท่าไรก่อนที่ผิวจะไหม้ ผิวของแต่ละคนมีความสามารถในการป้องกันแสงแดดได้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสีผิว ครีมกันแดดทำให้ผิวสามารถทนแดดได้นานขึ้นเป็นเท่าตัวตามค่า SPF ของครีมกันแดดนั้น ๆ อัตราการป้องกันแสงแดดของครีมกันแดดนั้นเพิ่มสูงขึ้นจากค่า SPF 1 – 30 เกินจากนั้นแล้วประสิทธิภาพในการป้องกันแทบไม่ต่างกัน

 

ในการเลือกใช้ครีมกันแดดจำเป็นต้องคำนึงถึงลักษณะและสภาพผิวด้วย หากผิวแห้งควรเลือกครีมกันแดดเนื้อครีมเพราะสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ส่วนคนผิวมันควรเลือกครีมกันแดดเนื้อเจลหรือโลชั่นที่ไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ ส่วนค่า SPF หากอยู่ในที่ร่มควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 และหากมีความจำเป็นต้องสัมผัสกับแสงแดดครีมกันแดดที่ใช้ควรมีค่า SPF อย่างน้อย 30

 

โดยสรุปแล้วหลักการเลือกและใช้ครีมกันแดดมีดังนี้

 

เลือกครีมกันแดดที่ดีทีสุดที่มีค่า SPF เหมาะกับความเข้มข้นของรังสียูวีที่ได้รับในแต่ละวัน หากในวันนั้นมีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นหลักควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป หากอยู่ในอาคารและที่ร่มเป็นส่วนใหญ่ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 15 ก็เพียงพอที่จะปกป้องผิวแล้ว

เลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมกับสภาพผิว ดังนี้

คนผิวมัน ควรเลือกครีมกันแดดเนื้อเจลหรือโลชั่นที่มีคุณสมบัติไม่เหนียวเหนอะหนะหรือเป็นสูตรควบคุมความมัน

คนผิวแห้ง ควรเลือกครีมกันแดดเนื้อครีมหรือครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

ทาครีมกันแดดให้ทั่วถึง ในการทาครีมกันแดดบนใบหน้าควรทาให้ทั่วถึงทุกส่วนบนใบหน้า ตั้งแต่หน้าผาก แก้ม ไปจนถึงจุดเล็ก ๆ เช่นบริเวณไรผม ปีกจมูก และควรทาครีมกันแดดให้ถึงบริเวณลำคอด้วย

ทาครีมกันแดดที่ผิวกายด้วย เพื่อปกป้องผิวจากริ้วรอย ความหมองคล้ำ และลดความเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนัง

ไม่นำครีมกันแดดสำหรับผิวกายมาใช้ทาหน้า นอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าสามารถใช้ได้ทั้งผิวกายและผิวหน้า เนื่องจากครีมกันแดดสำหรับผิวกายอาจอุดตันรูขุมขนบนผิวหน้า หรือไม่อ่อนโยนเพียงพอที่จะใช้กับผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพ้หรือเกิดสิวได้

ควรทาครีมกันแดดซ้ำหลังจากทาแล้วระยะเวลาหนึ่ง ระยะเวลาที่ว่านี้ขึ้นอยู่กับครีมกันแดดแต่ละตัว ควรศึกษาฉลากผลิตภัณฑ์ให้ดี ส่วนใหญ่แล้วผู้ผลิตจะมีคำแนะนำให้ว่าควรทาครีมกันแดดซ้ำหลังจากทาไปแล้วเป็นเวลานานเท่าไร แต่อย่างน้อยที่สุดควรทาครีมกันแดดซ้ำหลังทาไปแล้ว 2 ชั่วโมง หรือทาเพิ่มทุก ๆ 2 ชั่วโมงนั่นเอง